ทำอย่างไรเด็กอายุไม่กี่เดือนจะชอบภาษาอังกฤษ ต้องลองดู

เด็กแรกเกิดสามารถรับรู้ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เช่นเสียง รสชาติอาหาร สิ่งที่มองเห็น และจากการสัมผัส แต่ควรหลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กๆ ใช้อุปกรณ์ที่เป็นเครื่องเล่นด้วยมือของตนเองโดยเด็ดขาด เพราะสมองจะได้รับคลื่น และกล้ามเนื้อตาก็จะทำงานหนักและมีผลให้การมองเห็นผิดปรกติ  เด็กเล็กๆที่อายุยังไม่ถึงหนึ่งปี ไม่ควรให้ดูผ่านหน้าจอเล็ก การให้เด็กได้ดูเรื่องราวต่างๆทางจอใหญ่เช่นจอคอมพิวเตอร์หรือจอทีวีนั้นจะได้รับผลกระทบไม่มากเท่ากับจอมือถือ เพราะการดูจากจอใหญ่เด็กสามารถนั่งดูห่างจากจอได้  และการให้เด็กดูเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆผ่านจอนั้นควรดูแลและควบคุมเวลาให้เด็กเดยชิน และไม่ติดดูจนเป็นนิสัย  เพราะธรรมชาติเด็กที่เกิดมานั้น จะพัฒนาสมองด้วยการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวก่อน พอเด็กเริ่งคลานได้ เขาจะคลานไปทั่วตามสิ่งที่เขามองเห็น และได้ยิน เช่นเขาคลานไปตามเสียงสุนัขเห่า เขาจะเก็บข้อมูลภาพเคลื่อนไหว รูปร่าง ลักษณะและสีของสุนัขไว้ในสมองทันที เด็กๆ จะคลานไปที่แสงสว่างของเปลวเทียนด้วยชาติญานของความอยากรู้ เมื่อเขาเอามือไปแตะ หรือสัมผัสกับความร้อน ด้วยชาติญานของความเจ็บปวด สมองเขาจะรับรู้และจำว่าสิ่งนี้ไม่ควรเข้าไปแตะต้อง  พอเด็กเดินได้เขาจะดึงรั้งมือคนดูแลให้เดินตามเขาไปตามที่ต่างๆที่เขาเห็นและถามด้วยคำถามคำเดิมที่เขาสามารถพูดได้คือ " อะไร " อะไร,   อะไร,  อะไร,  อะไร,  อะไร, คนเลี้ยงก็จะต้องตอบคำถามแบบหยุดไม่ได้เลย  เราจะเห็นว่าเด็กเขาเรียนรู้จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดเวลาทุกวินาที ในแต่ละนาที แต่ละชั่วโมง แต่ละวัน แต่ละเดือน และแต่ละปีที่ผ่านไปนั้น เขาจะเรียนรู้ จดจำและบันทึกสิ่ง หรือเรื่องราวต่างๆ จากการได้ยิน ได้เห็น ได้ฟัง และได้รสชาติไว้ในสมองเป็นจำนวนมากมาย ผู้เลี้ยงดูเป็นคนใกล้ชิดด้วยเวลานานกว่าบุคคลอื่นๆ เด็กจึงมีนิสัยและบุคลิคเดียวกันกับผู้เลี้ยงดู  ดังนั้นเด็กจึงเป็นผู้ที่สามารถรับการฝึกอะไรต่อมิอะไรได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเมื่อเขาโตขึ้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้เลี้ยงดูจึงต้องเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย  ในเรื่องของภาษาที่สอง หรือภาษาอังกฤษที่คนในโลกยอมรับให้เป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน       มีพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนมากมองเห็นความสำคัญและคาดหวังให้ลูกหลานเรียนเก่งและสามารถพูดภาษาอังกฤษได้  ไม่ยากเลยถ้าเข้าใจพัฒนาการเด็ก และจะรู้ธรรมชาติของเด็กว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างได้ผลดียิ่งในระยะยาวตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึงอายุ 4ปีครึ่ง เด็กยิ่งเล็กสมองก็ยิ่งเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าไปเรียนเมื่อโตแล้ว  แต่การเรียนรู้ทางภาษานั้นไม่ได้หมายถึงการเรียนการสอน แต่เป็นการให้เด็กได้สัมผัสด้วยหู ตา จมูก ปาก เด็กยิ่งเล็กมาก ยิ่งสามารถจดจำสิ่งต่างๆที่เขาได้สัมผัสอย่างรวดเร็ว และถ้าได้สัมผัสอะไรซ้ำๆ บ่อยๆ เสมอๆ เขาจะชอบสิ่งนั้นๆ ได้เป็นพิเศษ  ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มองเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ และได้เลี้ยงหลานตั้งแต่แรกคลอด เชื่อว่าการให้เขาได้ยินอะไรๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เขาชอบภาษาอังกฤษ และเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะสามารถเรียนรู้ภาษาได้โดยง่าย  สิ่งที่ปฏิบัติต่อเขาเมื่อเขายังนอนแบเบาะอยู่คือการกล่อมเขาด้วย  A-B-C-D ไปถึง Z  การกล่อมเขาด้วย One -two - three ไปถึง twenty. และการเปิด powerpoint phonic ออกเสียงพยัญชนะกล่อมให้เขานอน  และทุกครั้งที่เขาเริ่มได้ยินเสียง เขาจะดิ้น ๆ อย่างลิงโลดและตื่นเต้นทุกครั้ง และเมื่อเขาสามารถออกเสียงเออ ออได้ เขาจะออกเสียงไปด้วย  และเขาจะดูรายการที่เป็นภาษาอังกฤษ และเขาจะพูดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยจนถึงทุกวันนี้เขาอายุได้ 3 ปีกว่าแล้ว  มาดูพัฒนาการทางภาษาที่ผู้เลี้ยงดูสามารถฝึกให้เขาได้








ความคิดเห็น